Login to your account

Username
Password *
Remember Me

Create an account

Fields marked with an asterisk (*) are required.
Name
Username
Password *
Verify password *
Email *
Verify email *

 ศูนย์ข่าวศรีราชา - ทะเลบางแสนเกิดแพลงก์ตอนบลูม รอบ 2 เทศบาลเมืองแสนสุข ยืนยันปลอดภัยเล่นน้ำได้ตามปกติ
       
       วันนี้ (10 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวได้ไปตรวจสอบน้ำทะเลชายหาดบางแสน พบว่า น้ำทะเลเปลี่ยนเป็นสีเขียว หลังจากช่วงเวลาที่ผ่านมามีฝนตกลงมา สลับกับช่วงกลางวันมีแสงแดดจัดจึงทำให้น้ำทะเลบางแสนเกิดปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูมดังกล่าวขึ้น
       
       จากการสังเกตพบแพลงก์ตอนกำลังแผ่กระจายบริเวณชายหาดบางแสนไปถึงที่พักตากอากาศแหลมแท่น เป็นระยะทาง 5 กม. และกำลังเริ่มกระจายไปเรื่อยๆ โดยมีสีเขียวเห็นได้ชัดเจน แต่ไม่มีกลิ่นเหม็น โดยทางเทศบาลเมืองแสนสุข ได้มีการประกาศเสียงตามสายเกี่ยวกับน้ำทะเลที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวว่ายังสามารถเล่นน้ำได้ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด
       
       ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดจึงมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก และต่างพากันลงเล่นน้ำทะเลตามปกติแม้น้ำทะเลจะมีสีเขียว ซึ่งแต่ละครั้งชายหาดบางแสนจะเกิดแพลงก์ตอนบลูมประมาณ 1-2 สัปดาห์ และหากหนักจะมีสัตว์ทะเลตายเกลื่อนหาดอีกด้วย แต่ถ้าไม่หนักคาดน่าจะไม่เกิน 3 วันก็จะหมดไป

credit : http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9590000068578

 

 

 

 พะเยา - พบปลาในแม่น้ำอิง เขตดอกคำใต้ ลอยคอตายเป็นเบือ คาดเป็นผลจากคุณภาพน้ำเสื่อมโทรมกะทันหัน หลังฝนตกต่อเนื่อง น้ำไหลบ่านำสารเคมีปนเปื้อนลงน้ำอิง ชาวบ้านวอน จนท.ประมง เร่งตรวจสอบแก้ไขด่วน
       
       วันนี้ (9 ก.ค.) นายหมุน กันทะวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่หมู่ที่ 6 ต.ห้วยลาน อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ได้นำผู้สื่อข่าวเข้าตรวจสอบบริเวณหน้าประตูกั้นน้ำบริเวณแม่น้ำอิง ในหมู่บ้านของตนเอง ที่พบซากปลาตายจำนวนมากลอยมากองรวมกันบริเวณหน้าประตูน้ำ
       
       นายหมุน กล่าวว่า 2-3 วันที่ผ่านมา มีฝนตกลงมาในพื้นที่ และระดับน้ำอิงเพิ่มขึ้น และมีน้ำไหลบ่าเข้ามาในลักษณะที่ขุ่นข้นจนเป็นสีดำ จากนั้นก็ทำให้ปลาเกิดอาการกระเสือกกระสนลอยคอตายเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง และแทบทุกวัน และจนถึงขณะนี้ก็ยังมีปลาตายเพิ่มอยู่
       
       นานหมุน บอกว่า ยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้ปลาน้ำอิงตายเป็นเบือครั้งนี้ แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นเพราะน้ำอิงเน่าเสีย หรืออาจจะเป็นสารเคมีที่ไหลมาตามน้ำ หรือจะเป็นการลักลอบปล่อยน้ำเสียจากฟาร์มสุกรที่อยู่ด้านเหนือน้ำขึ้นไป ซึ่งได้แจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ประมงเข้าตรวจสอบหาสาเหตุอย่างเร่งด่วนแล้ว


credit: http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9590000068429

 

น้ำในคลองวังซุงยังเน่าเหม็นต่อเนื่อง หลังพบปลาลอยตายเกลื่อนด้านหน่วยงานรัฐแก้ปัญหาด้วยวิธีปล่อยน้ำดิบต้นทุน จากโครงการชลประทานตอนบน ลงมาขับไล่น้ำเสียทิ้งลงสู่แม่น้ำบางปะกง ขณะปลาที่ยังหลงเหลือรอดชีวิต ต่างดำผุดดำว่าย กระโดดขึ้นเหนือน้ำ เพื่อรับอากาศลงไปช่วยหายใจ

      วันที่ 7 ก.ค.59 เวลา 13.30 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงไปตรวจสอบที่บริเวณประตูระบายน้ำกั้นกลางคลองวังซุงในพื้นที่ ม.5 ต.เสม็ดเหนือ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ตามที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านเพิ่มเติมว่า ในลำคลองวังศาลา-วังซุง ยังคงมีปลาลอยตายเกลื่อนลำคลอง และมาติดค้างอยู่ที่บริเวณบานประตู และช่องระบายน้ำของทดที่ขวางกั้นกลางลำน้ำดังกล่าว

      โดยนายสมเกียรติ พิมพ์สี อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/5 ม.1 ต.เสม็ดเหนือ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เริ่มมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งนำโดยปลัดอาวุโส อ.บางคล้า ลงพื้นที่เข้ามาตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาน้ำในคลองวังซุงเน่าเหม็นแล้ว ด้วยวิธีการปล่อยระบายน้ำดิบต้นทุนจากคลองชลประทาน ที่อยู่ทางตอนบนลงมาผลักดันให้น้ำที่ดำเน่าเสียในลำคลองนั้น ไหลทิ้งลงไปสู่แม่น้ำบางปะกงแล้ว

    โดยได้ทำการเปิดประตูทดปิดกั้นน้ำเค็ม ที่สร้างขวางกั้นกลางลำคลองทุกแห่ง เพื่อให้น้ำดีที่ถูกปล่อยระบายลงมาช่วยผลักดันน้ำเสียออกไปได้อย่างสะดวก ขณะเดียวกันในลำคลองยังคงพบซากปลาหลากหลายชนิดลอยตายเกลื่อน ทั้งปลานิล ปลาตะเพียน ปลาช่อน และปลาหมอ ลอยเน่าเรียงรายอยู่ตามชายคลอง

      ในขณะที่ซากของปลาเน่าบางส่วน ได้ไหลลอยออกไปตามน้ำทิ้งจนเกือบหมดแล้ว นอกจากนี้ยังพบว่า ได้มีปลาบางชนิด เช่น ปลาช่อน และปลาหมอ ที่มีความทนทานต่อน้ำเสียได้ดีกว่าปลาชนิดอื่นๆ ยังคงกระโดดขึ้นเหนือน้ำ และดำผุดดำว่ายขึ้นมาเพื่อรับเอาอากาศด้านบนผิวน้ำลงไปหายใจ อยู่ตลอดเวลา และหลังจากที่มีการใช้น้ำดิบต้นทุนผลักดันน้ำเสียออกไป สภาพน้ำในลำคลองจึงเริ่มใสขึ้นมาบ้างแล้วตามลำดับ นายสมเกียรติ กล่าว

credit : http://www.siamrath.co.th/web/?q=%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99

 

เต็มแล้วจ้า! บ่อขยะทน.โคราช ร้องแก้กลับไม่คืบ แถมเพิ่มขึ้นทำน้ำเน่าเสีย-เหม็นแสบจมูก

วันที่ 6 กรกฎาคม เมื่อช่วงสายวันนี้ สืบเนื่องจากมีผู้ใช้ชื่อ “Jamlong Mahingsadet” ได้โพสต์ข้อมูลและแชร์ในเฟซบุ๊ก กลุ่มข่าวคนโคราชบ้านเอ็ง เป็นภาพบ่อขยะพร้อมระบุข้อความว่า “บ่อขยะเทศบาลนคร นครราชสีมา เต็มแล้วครับ กลิ่นเหม็นมาก ถนนที่ชาวบ้านสัญจร เต็มไปด้วยขยะอย่างที่เห็น น้ำเน่าไหลลงอ่างเก็บน้ำหนองปลิง ทนมามากแล้วครับ ใครจะช่วยผมได้บ้าง”

ผู้สื่อข่าวจึงติดต่อกับผู้ที่โพสต์ข้อความและเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงในสถานที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา ตั้งอยู่ในพื้นที่กองทัพบก เขต ต.โพธิ์กลาง รอยต่อกับ ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง โดยมีนายจำลอง มหิงษาเดช ผู้ใหญ่บ้านหนองปลิงใหม่ หมู่ 9 ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง ผู้โพสต์ข้อความและชาวบ้านได้มายืนรอ และมีนายกฤษณธร เลิศสำโรง ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อ.เมืองนครราชสีมา พร้อม ร.ท.อุทร กองสดี หัวหน้าชุดปฏิบัติการพื้นที่ อ.เมือง สังกัดมณฑลทหารบกที่ 21 (มทบ.21) กองทัพภาคที่ 2 ได้มาร่วมสำรวจสภาพปัญหาของบ่อขยะ พร้อมรับฟังปัญหาความเดือดร้อน เพื่อนำไปรายงานผู้บังคับบัญชาหาแนวทางแก้ไขต่อไป

รายงานระบุว่า ยังพบรถบรรทุกขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั้งในเขต อ.เมืองและอำเภอใกล้เคียงจำนวนหลายสิบคัน ทยอยนำขยะไปส่งที่ศูนย์กำจัดขยะอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกคันจะต้องผ่านการชั่งน้ำหนักบรรทุกเพื่อเก็บค่าใช้จ่ายในอัตราตันละ 300 บาท บรรยากาศในศูนย์พื้นที่รวม 87 ไร่ พบกองขยะมูลฝอยสะสมรวมน้ำหนักหลายแสนตัน ซึ่งเป็นขยะที่ยังไม่ได้ผ่านกระบวนการกำจัดตามหลักวิชาการ ถูกนำมากองสูงไม่ต่ำกว่า 10 เมตร พร้อมส่งกลิ่นเหม็นโชยคละคลุ้งอย่างรุนแรง ฝูงแมลงวันบินว่อนตอมกองขยะ รวมทั้งมีน้ำเสียในบ่อดักด้านหลังซึ่งใกล้เต็มพื้นที่ความจุ

นายจำลองเปิดเผยว่า ร่วม 10 ปี ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากบ่อขยะ ทน. ทั้งกลิ่นและน้ำเสีย แต่ไม่เคยได้รับการแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อนอย่างเป็นรูปธรรม ล่าสุดช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่พร้อมสัญญาจะเร่งช่วยเหลือ จนกระทั่งผ่านมา 4 เดือนยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ มีแต่ปริมาณขยะเพิ่มขึ้นวันละกว่า 200 ตัน สร้างปัญหาทั้งน้ำเน่าเสียและกลิ่นเหม็นแสบจมูก หากฝนตกหนักจะมีน้ำจากกองขยะไหลลงสระน้ำธรรมชาติ ทำให้สิ่งมีชีวิตในน้ำตาย ขณะนี้ชาวบ้านหลายรายได้ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ช่วยเหลือเร่งด่วนด้วย

 ด้านนางแดง สมบูรณ์ อายุ 60 ปี กล่าวว่า ชาวบ้านที่มีบ้านพักในละแวกศูนย์กำจัดขยะได้รับผลกระทบจากมลพิษกองขยะ ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ขอให้ผู้มีอำนาจช่วยหาแนวทางจัดการขยะด้วย เพื่อให้พวกเราคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้

ขณะที่นายบุญเหลือ เจริญวัฒน์ รองนายก ทน.นครราชสีมา ให้สัมภาษณ์ชี้แจงสถานการณ์ในแต่ละวันว่า จะมีปริมาณขยะถูกนำมากำจัดรวมกว่า 500 ตัน โดยเป็นขยะในพื้นที่ 37.5 ไร่ของ ทน.เฉลี่ย 230 ตัน และขยะจาก อปท.ในพื้นที่ อ.เมือง อ.ขามทะเลสอ อ.เฉลิมพระเกียรติ และ อ.โชคชัยบางส่วน รวมทั้งสิ้น 38 แห่ง ถูกนำมาทิ้งกว่า 300 ตัน แต่ระบบที่ออกแบบได้กำหนดระยะเวลา 20 ปีเพื่อรองรับขยะจาก ทน. ซึ่งให้ปุ๋ยอินทรีย์และพลังงานไฟฟ้าเป็นผลผลิตจากการกำจัดแบบครบวงจร รองรับได้ไม่เกิน 230 ตัน จึงมีขยะมูลฝอยตกค้างที่ไม่สามารถกำจัดให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ ทำให้ขยะกว่า 3 แสนตันนำมาฝังกลบใน 6 บ่อ มีปริมาณเต็มพื้นที่ความจุ บางส่วนได้ล้นทะลักออกมา

อย่างไรก็ตาม นายบุญเหลือกล่าวว่า ทน.มิได้นิ่งเฉย ได้ออกแบบศึกษาความเหมาะสม เพื่อดำเนินโครงการเฟส 2 สามารถรองรับขยะให้ได้มากกว่า 600 ตัน ใช้งบดำเนินการประมาณ 2 พันล้านบาท เบื้องต้นได้บรรเทาปัญหาขยะล้น โดยเจรจาขอใช้พื้นที่ 16 ไร่กับกรมธนารักษ์และกองทัพบกเพื่อเปิดสถานที่จัดการขยะโดยฝังกลบ เป็นบ่อที่ 7 หากได้รับอนุญาต ทน.จะดำเนินการทันที อย่างไรก็ตามขอให้ อปท.ที่ขนขยะมาทิ้งร่วมกัน จงตระหนักและส่งเสริมกิจกรรมคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางอย่างจริงจัง หรือใช้ทรัพยากรต่างๆ ให้คุ้มค่า เพื่อลดขยะต้นทางให้ได้แห่งละ 10% หากไม่มีผลปฏิบัติชัดเจน ทน.อาจกำหนดปริมาณการนำขยะทิ้งตามความเหมาะสม

credit: http://www.matichon.co.th/news/202341

สมัครรับจดหมายข่าว

กรอก e-mail ของท่านเพื่อรับจดหมายข่าว: