Login to your account

Username
Password *
Remember Me

Create an account

Fields marked with an asterisk (*) are required.
Name
Username
Password *
Verify password *
Email *
Verify email *

วันที่ 1 กรกฎาคม เมื่อเวลา 10.00 น. นายเดชา รอดระรัง ประมงจังหวัดยโสธร นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณสวนสาธารณะบุ่งน้อย บุ่งใหญ่ ริมแม่น้ำชี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ยโสธร ชี้แจงกรณีเกิดเหตุการณ์ปลาธรรมชาติ และปลาที่เกษตรกรเลี้ยงในกระชังลอยตายในแม่น้ำชี ในช่วงเช้าของวันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณออกซิเจนในน้ำต่ำ มีค่าปริมาณออกซิเจนที่วัดได้ ในช่วงเวลา 11.00 น. มีค่าเท่ากับ 0.4 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งโดยปกติแล้ว ค่าปริมาณออกซิเจนที่เหมาะสมคือ ควรมีมากกว่า 3.0 มิลลิกรัมต่อลิตร มีผลทำให้ปลาต้องลอยขึ้นมารับออกซิเจนบนผิวน้ำ หรือบางส่วนอาจว่ายไปยังที่ที่มีปริมาณออกซิเจนที่สูงกว่า

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะปริมาณออกซิเจนต่ำนั้น มาจากหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นพร้อมๆกัน ได้แก่ ในช่วงฤดูแล้ง เขื่อนยโสธรที่กันแม่น้ำชี ไม่ได้เปิดระบายน้ำตามนโยบายแก้ปัญหาภัยแล้ง ทำให้แม่น้ำชีกลายสภาพเป็นแหล่งน้ำนิ่ง , ปริมาณผักตบชวาในลำน้ำชีมีมาก แสงแดดส่องลงไปไม่ถึงน้ำ , จุดเกิดเหตุปลาตาย มีปริมาณตะกอนสะสมมาก , ฝนตกติดต่อกันหลายวัน ทำให้ไม่มีแสงแดด แพลงก์ตอนพืชสังเคราะห์ไม่ได้ จนเมื่อเขื่อนยโสธรเปิดระบายน้ำ ทำให้ตะกอนจากต้นน้ำที่ขุ่นมากพัดมาบรรจบ นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ได้สั่งการให้โครงการชลประทานยโสธรประสานกับเขื่อนยโสธรเพิ่มอัตราการปล่อยน้ำจากเดิมช่วงเกิดเหตุ 74 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มเป็น 121 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  และในวันที่ 1 ก.ค. 2559 ได้เพิ่มการปล่อยน้ำอีกเป็น 164 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นการแก้ปัญหา โดยช่วงเช้าของวันที่ 1 ก.ค.2559 ได้ทำการวัดค่าปริมาณออกซิเจนในแม่น้ำชี ได้ 2.4 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งคาดว่า ค่าออกซิเจนในน้ำจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ปกติในเร็ววันนี้

credit: http://www.matichon.co.th/news/196644

 

ชาวบ้าน ต.ละหาร จ.ระยอง เผยรถหัวลากปริศนานำสารเคมีมาเททิ้งริมคลองสาธารณะส่งผลให้ปลาในคลองตายเกลื่อน หญ้ารอบๆ ก็ตายตามไปด้วย ขณะที่น้ำในคลองนี้เป็นแหล่งน้ำดิบเพื่อใช้ผลิตน้ำประปาภายในพื้นที่ ล่าสุดเจ้าหน้าที่เติมออกซิเจนแล้ว

 

 เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 59 นางมาลัย ทองคำ ปลัดป้องกัน อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง และนายสรยุทธ พฤธิ์ไพฑูรย์ นายก อบต.ละหาร ได้รับรายงานจากชาวบ้านว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา (29 มิ.ย.) มีหัวลากหรือรถเทรลเลอร์ นำสารเคมีมาทิ้งป่าหญ้าข้างทาง บริเวณริมถนนปลวกแดง-บ้านค่าย บ้านพงลำดวน ม.3 ต.ละหาร อ.ปลวกแดง ทำให้น้ำในสระขนาด 20 ไร่ หลัง อบต.ละหารที่เป็นน้ำดิบเพื่อทำน้ำประปามีสีดำ ปลาจำนวนมากหลายร้อยตัว ปลาบึก ปลานิล ได้ลอยตายเป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า หญ้าข้างทางตายกว่า 100 เมตร ซึ่งสารเคมีบางส่วนได้ไหลซึมลงดิน และไหลตามรางน้ำยาวระยะ 3 กิโลเมตร มาลงที่สระน้ำดิบหลัง อบต.ละหาร ขนาด 20 ไร่ ซึ่งมีปลาหลากชนิด เช่น ปลาบึกขนาด 200-300 กิโลเมตร ปลานิล หลายร้อยตัวได้ลอยตายเกลื่อน ชาวบ้านได้มาช้อนจับไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งทาง อบต. ได้นำเครื่องปั่นน้ำเพื่อผลิตออกซิเจนเร่งด่วน

 

นางมาลัย กล่าวว่า ทางหน่วยงานรัฐของระยองได้รับทราบแล้ว และเก็บตัวอย่างน้ำส่งไปตรวจที่โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาบตาพุด เพื่อตรวจในห้องแล็บ พิสูจน์น้ำสารเคมีนี้เป็นอะไร และทางอบต.ก็จะเฝ้าระวังไม่ให้รถมาทิ้งอีก รวมถึงห้ามชาวบ้านอย่านำปลาไปรับประทานกลัวว่าอาจจะมีพิษ โดยทาง อบต.ได้ระดมกำลังเพื่อทำออกซิเจนเร่งให้น้ำกลับคืนสภาพเดิม ส่วนการนำน้ำดิบไปผลิตเป็นน้ำประปานั้นต้องใช้แหล่งอื่นไปก่อน โดยพื้นที่ดังกล่าวยังมีแหล่งผลิตน้ำอีก 3 จุดด้วยกัน

 

Credit : http://www.thairath.co.th/content/651789

 

 

ขี้ปลาวาฬ หรือ แพลงก์ตอนบูม ทำน้ำทะเลบางแสนเปลี่ยนสี มีกลิ่นเหม็น ผู้เชี่ยวชาญ คาด ประมาณ 2 อาทิตย์น้ำทะเลสีเปลี่ยนกลับมาใสเหมือนเดิม ชี้ เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่รุนแรง คล้ายปีที่ผ่านมา 

 

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 27 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บริเวณหาดทะเลบางแสน ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี หลังเกิดปรากฏการณ์ ขี้ปลาวาฬ หรือ แพลงก์ตอนบูม ทำให้น้ำทะเลมีสีเขียวคล้ำ ส่งเหม็นไปทั่ว ล่าสุดพบว่า น้ำทะเลมีสีเขียวมากกว่าเดิม จนกลายเป็นสีเขียวมรกต ซึ่งยังไม่พบการตายของปลา แต่ก็ทำให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงา หลังจากนักท่องเที่ยวทราบข่าว ไม่พากันมาพักผ่อน นั่งกินอาหารทะเล ส่วนในเบื้องต้น ทางสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล ได้มีการนำตัวอย่างน้ำไปวิเคราะห์ พบว่า ยังไม่รุนแรงกว่าครั้งที่ผ่านมา คาดว่า ประมาณ 2 อาทิตย์ ก็จะกลับสู่ภาวะปกติ

 

ด้าน ดร.เสาวภา สวัสดิ์พีระ ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา เผยว่า ปรากฏการณ์ธรรมชาติน้ำทะเลเปลี่ยนสีในครั้งนี้ถือว่า ยังรุนแรงเหมือนปีที่ผ่านมา เนื่องเป็นแพลงก์ตอนชนิดเรืองแสงสีเขียว แต่ก็เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำในทะเลเช่นกัน เพราะมีการขยายตัวได้เร็วกว่าชนิดอื่น โดยเฉพาะเมื่อโดนแสงอาทิตย์ หากหมดแสงเมื่อไรก็จะแย่งออกซิเจนในน้ำ จนทำให้สัตว์เล็กหน้าดินตายเพราะขาดอากาศหายใจ แต่ก็จะเป็นไม่นานจากสีเขียวก็จะกลับมาใสเหมือนเดิม ส่วนผู้ที่จะลงไปเล่นน้ำอาจจะได้รับผลกระทบกับผิวหนังเล็กน้อย แต่ก็ไม่ถึงขนาดเสียชีวิต พร้อมทั้งฝากเตือนไปถึงประชาชน พบปลาเพิ่งตายตามชายหาดไม่ควรนำไปทำอาหารรับประทาน เพราะอาจทำให้ท้องเสียได้

 credit : http://www.thairath.co.th/content/648339

วันที่ 29 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายสัมพันธ์ เนตตกุล นายอำเภอสามโคก จ.ปทุมธานี ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากกรณีที่น้ำในลำคลองเปรมประชากร หน้าวัดโพธิ์นิ่ม ต.เชียงรากน้อย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ว่าน้ำเกิดการเน่าเสียและกลายเป็นสีดำส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วทำให้ไม่สามารถใช้ในการอุปโภคและบริโภคได้นั้น จึงได้สั่งให้ นายกิจจา ดวงแก้ว ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายอำนวยความเป็นธรรม ร่วมกับ ว่าที่ ร.ต.สมศักดิ์ ชูสว่าง เจ้าหน้าที่ส่วนสาธารณสุข อบต.เชียงรากน้อย และนายอาจชีวิน บุญเทศ ผช.ท้องถิ่นอำเภอสามโคก ได้เดินทางตรวจสอบข้อร้องเรียนของประชาชน บริเวณคลองเปรมช่วงวัดโพธิ์นิ่ม ม.4 ต.เชียงรากน้อย
 
นายสัมพันธ์ เนตตกุล นายอำเภอสามโคก เปิดเผยว่า ผลการตวจสอบเบื้องต้นพบว่า น้ำในคลองเปรมประชากรเริ่มมีสีดำ และเริ่มมีกลิ่น ระยะทางประมาณ 1 กม. ซึ่งจากการสอบถามประชาชนบริเวณนั้นทราบว่าเบื้องต้นแจ้งว่า น้ำที่ไหลมาจากคลองเชียงรากช่วงฝนตกหนักเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้ และส่วนหนึ่งระบายมาจากนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ประกอบกับประตูระบายน้ำถูกปิดทั้งหมด น้ำที่ไม่สามารถระบายถ่ายเทออกได้จึงเกิดเน่าเสีย และส่งกลิ่นเหม็นขึ้น เบื้องต้น สั่งการให้ อบต.เชียงรากน้อย จัดหาจุลินทรีย์ เพื่อบำบัดน้ำเสีย แก้ไขปัญหาให้ประชาชนในเบื้องต้นก่อน
 
 

สมัครรับจดหมายข่าว

กรอก e-mail ของท่านเพื่อรับจดหมายข่าว: